|
 |
| |
ความเป็นมาของการศึกษาพิเศษ
|
|
| |
|
|
| |
การศึกษาพิเศษเริ่มต้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีมาแล้ว มีการจัดตั้งโรงเรียนสำหรับคนตาบอด และคนหูหนวกขึ้นก่อนโรงเรียนประเภทอื่น
แต่ไม่มีการบังคับให้เด็กพิการเข้าเรียน การศึกษาพิเศษเป็นการศึกษาบังคับในปี 1948 สำหรับเด็กตาบอดและหูหนวก ต่อมามีการจัดตั้งโรงเรียนสำหรับเด็ก
ปัญญาอ่อน และโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายขึ้นในเวลาต่อมาในปี ค.ศ. 1956 กฎหมายการศึกษาของญี่ปุ่นได้ประกาศใช้ครอบคลุมการ
ศึกษาของเด็กพิการด้วย โดยไม่มีการยกเว้นการเข้าโรงเรียนสำหรับเด็กพิการ เด็กพิการส่วนมากเข้าเรียนในโรงเรียนพิเศษที่จัดตั้งขึ้นสำหรับเด็กพิการ
แต่ละประเภทโดยเฉพาะ ในปี 1987 มีการจัดตั้งโรงเรียนเรียนร่วมตัวอย่างขึ้น เพื่อทดลองจัดการเรียนร่วมและเป็นตัวอย่างแก่โรงเรียนอื่น ต่อมาโรงเรียนประเภท
นี้ได้ขยายตัวออกไปหลายแห่งทั่วประเทศ |
|
| |
|
|
| |
 |
|
| |
ระบบการศึกษาพิเศษ |
|
| |
โรงเรียนการศึกษาพิเศษในญี่ปุ่นมีทั้งโรงเรียนพิเศษและโรงเรียนเรียนร่วม โรงเรียนพิเศษมี 3 ประเภทคือ
1. โรงเรียนสอนคนหูหนวก (School for the deaf)
2. โรงเรียนสอนคนตาบอด (School for the blind)
3. โรงเรียนสอนคนพิการ (School for the handicapped) |
|
| |
|
|
| |
โรงเรียนประเภทที่ 3 ยังจำแนกย่อยออกเป็นอีก 3 ประเภทคือ โรงเรียนสำหรับเด็กปัญญาอ่อน โรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย โรงเรียนสำหรับเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กที่มีความบกพร่องขั้นรุนแรงเด็กที่มีความบกพร่องระดับปานกลางได้รับการจัดเข้าเรียน
ร่วมกับเด็กปกติ ซึ่งมีทั้งเรียนร่วมเต็มเวลา เรียนร่วมบางเวลาและชั้นพิเศษ เด็กเหล่านี้มี 7 ประเภท 5 ประเภท ได้กล่าวถึงข้างบนแล้ว อีก 2 ประเภท
ได้แก่ เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด และเด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์
เด็กที่จะถูกส่งเข้าเรียนในโรงเรียนพิเศษจะต้องให้รับการคัดเลือก ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการที่กฎหมายกำหนด อนึ่งกฎหมายการศึกษาของญี่ปุ่นกำหนด
ให้ทุกจังหวัด (Prefecture) จัดตั้งโรงเรียนพิเศษขึ้น 1 โรง และรับเด็กในบริเวณใกล้เคียงเข้าเรียนอาจกล่าวได้ว่าเด็กที่มีความต้องการ
พิเศษที่ได้รับบริการทางการศึกษาได้แก่
|
|
| |
|
|
| |
1. เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ขั้นเล็กน้อย - ปานกลาง
2. เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ขั้นรุนแรง
3. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ขั้นเล็กน้อย - ปานกลาง
4. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ขั้นรุนแรง (หูหนวก)
5. เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด
6. เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา ขั้นเล็กน้อย - ปานกลาง
7. เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา ขั้นรุนแรง (ตาบอด)
8. เด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์
9. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
10. เด็กที่มีความบกพร่องทางสุขภาพ (เจ็บป่วยเรื้อรัง)
|
|
| |
|
|
| |
หลักสูตร |
|
| |
กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น ได้กำหนดให้มีหลักสูตรแห่งชาติสำหรับเด็กปกติ ในขณะเดียวกันก็มีคู่มือการใช้หลักสูตรสำหรับเด็กพิการที่เรียนอยู่ใน
โรงเรียนเฉพาะด้วย คู่มือเหล่านี้จะให้คำแนะนำและแนวทางในการสอนเด็กพิการตลอดจนเนื้อหาวิชาในหลักสูตรที่จะนำมาสอนเด็กพิการ |
|
| |
|
|
| |
 |
|
| |
การเข้าเรียน |
|
| |
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะทำการสำรวจเด็ก หากพบเด็กพิการเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาของท้องถิ่นจะให้คำแนะนำให้ผู้ปกครองส่งเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนที่เหมาะสม
ให้สอดคล้องกับลักษณะความพิการและความต้องการของผู้ปกครอง กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นได้กำหนดระเบียบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ เด็กพิการส่วนใหญ่
จะเรียนในโรงเรียนพิเศษ หรือชั้นพิเศษในโรงเรียนปกติ เด็กที่เรียนในโรงเรียนพิเศษมีประมาณร้อยละ 43 ในขณะที่ร้อยละ 57 เรียนในชั้นพิเศษในโรงเรียนปกติ
|
|
| |
|
|
| |
 |
|
| |
ระบบห้องเสริมวิชาการ (Resource Room System) |
|
| |
ห้องเสริมวิชาการเป็นระบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องที่ไม่รุนแรงนัก เป็นการจัดการเรียนร่วมชนิดหนึ่ง เด็กที่มีความต้องการ
พิเศษจะเรียนร่วมกับเด็กปกติในห้องปกติทั่วไป แต่ในบางครั้งบางเวลาเด็กที่มีความต้องการพิเศษจะแยกตัวออกมา โดยมาเรียนที่ห้องเสริมวิชาการ
นี้ โดยมีครูสอนเป็นกลุ่มย่อยหรือรายบุคคลในส่วนที่เด็กเรียนไม่ทัน ระบบนี้มีมากขึ้นในระบบโรงเรียนญี่ปุ่น |
|
| |
|
|
| |
 |
|
| |
ศูนย์การศึกษาพิเศษ (Special Education Centers) |
|
| |
มีการจัดตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษขึ้นหลายแห่งในญี่ปุ่น ศูนย์นี้มีหน้าที่ศึกษาวิจัย อบรมครู จัดทำคู่มือสำหรับครูในด้านการเรียนการสอน เด็กที่มีความต้อง
การพิเศษ ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
|
|
| |
|
|
| |
 |
|
| |
การศึกษาพิเศษกับชุมชน |
|
| |
แนวโน้มที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการศึกษาพิเศษในญี่ปุ่น คือการเห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกันของผู้พิการกับสังคม เมื่อเด็กเรียนจบการศึกษา
จากโรงเรียนแล้ว เด็กต้องออกไปประกอบสัมมาอาชีพ และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับคนปกติทั่วไป โรงเรียนการศึกษาพิเศษจะต้องเตรียมเด็กเพื่อการนี้
การศึกษาพิเศษจึงเป็นการร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนในอันที่จะทำให้ผู้พิการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม (Inclusion)สรุป การศึกษาพิเศษ
ในประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มต้นมาได้ร้อยกว่าปีแล้ว ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษมีมาประมาณกึ่งศตวรรษแล้ว การศึกษาพิเศษในประเทศญี่ปุ่น
คล้ายคลึงกับการศึกษาพิเศษในประเทศอื่น ๆ กล่าวคือ เริ่มจากการส่งเด็กเข้าไปอยู่ในโรงเรียนพิเศษ ซึ่งส่วนมากเป็นโรงเรียนประจำ ต่อมาพบว่าโรงเรียน
ดังกล่าวไม่ให้ประโยชน์ต่อเด็กเท่าที่ควร จึงมีการส่งเด็กเข้าเรียนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่มีความบกพร่องไม่มากนัก อัตราส่วนระหว่างเด็กที่อยู่ในโรงเรียน
พิเศษกับโรงเรียนเรียนร่วมใกล้เคียงกัน ต่อมามีนวตกรรมใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ในด้านรูปแบบของการจัดการศึกษาพิเศษ เช่น ศูนย์การศึกษาพิเศษ
จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการศึกษาญี่ปุ่นคือ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในด้านการศึกษาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ
คอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์
|
|
| |
|
|